สภาพภูมิประเทศของ  บ้านแม่ลา โดยทั่วไป  เป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ หรือ อาจเรียกว่าเป็น wet land  อีกแห่งหนึ่งของประเทศ อุดมสมบูรณ์ไปด้วย  ข้าว ปลา อาหารธัญพืช และสมุนไพรต่าง ๆ มากมาย หรือตรงกับคำกล่าวของคนโบราว่า ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ได้เลย ที่ที่มีระบบนิเวศน์ที่ดี ย่อมมีสารอาหารแร่ธาตุมาก  เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของ ข้าว ต้นไม้ พืช ธัญพืช และ สมุนไพรเป็นอย่างยิ่ง ทำให้สมุนไพร  ที่ได้จากที่นี่ เต็มไปด้วย  รสยา และสารอาหาร จึงเป็นจุดเริ่มต้นทำให้  แม่สำอง และลูก ๆ เกิดแรงบันดาลใจ ที่จะทำสมุนไพร เพื่อนำมารับประทานบำรุงสุขภาพให้แข็งแรง

 

เสริมอาหาร และบำบัดโรค  เจริญรอยตามคุณตา ซึ่งเป็นหมอยาพื้นบ้าน ท่านได้ถ่ายทอดวิชา ความรู้ และคัมภีร์โบราณไว้ให้ และประกอบกับความรู้เพิ่มเติม ที่ลูกชายนายรุจิภาส ทำดี(สิงห์ เฒ่าคว่ำช้าง) ได้เรียนมา จากสถาบันการแพทย์แผนไทย ในยุคปัจจุบัน ภัทรเวชสยาม (การแพทย์แผนไทย) รุ่น๗ 

สำเร็จวิชา เภสัชกรรมไทย เวชกรรมไทย ผดุงครรภ์ไทย และนวดไทย เต็มหลักสูตรทีมี อีกทั้งยังได้เรียนรู้เพิ่มการรักษาโรคมะเร็งต่างๆจาก พระครูปลัดปภพ เร่งสมบูรณ์ ที่ศูนย์อโรคยาศาลา วัดบัวงาม จ.ราชบุรี และได้รับการถ่ายถอดวิชาแพทย์แผนโบราณแท้ๆ จาก พ่อครูชุบ แป้นคุ้มญาติ ท่านเป็นครูแพทย์แผนไทยที่มีความรู้แตกฉานมากที่สุดในขณะนี้

ทั้งนี้เพื่อได้เกิดประโยชน์ต่อลูก ต่อหลาน ประชาชนโดยทั่วไป และเพื่อสืบทอดวิชาองค์ความรู้ ของบรรพบุรุษ  มิให้สูญหายแต่กลับพัฒนา
ให้ดีขึ้น ต่อๆไป.. โดยใช้  ชื่อผลิตภัณฑ์ นามว่า
                         สมุนไพรบ้านแม่ลา  สมุนไพรแท้ 100% 
 

ติดต่อผู้จำหน่าย คุณแก้ว โทร 0924394429 ติดต่อหมอสิงห์ โทร 0848743056

 

 

บ้านแม่ลา ต.แม่ลา อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

     ได้ชื่อว่าเป็นที่มีชื่อเสียง ในเรื่องปลาช่อนรสดีเป็นที่ติดอกติดใจ แก่ผู้เคยลิ้มลองมานับไม่ ถ้วน และหากจะพูดถึงปลาน้ำจืดแล้ว    ก็คงต้องนึกถึง  " ปลาช่อนแม่ลา "   ที่มีรสชาติความอร่อยแตกต่างจากปลาช่อนที่อื่น ๆ โดยสิ้นเชิง ปลาช่อนแม่ลา   หลายคนคงเคยเห็นปลช่อน   แม่ลาย่างไฟอ่อนๆ จนเกล็ดและหนังเกรียมคล้ำ เมื่อแกะหนังออกมาแล้ว  ก็จะเห็นเนื้อปลาสีขาวออก สีน้ำตาลอ่อน ๆ จะมีกลิ่นหอมเนื้อนุ่มทานกับน้ำจิ้มปลา โดยมียอดสะเดาย่างไฟเป็นเครื่องเคียงใครได้ทานเมนูนี้ก็ต้องบอกว่านี่แหละสุดยอด    ปลาช่อนแม่ลาเผา ที่ติดอกติดใจ  นักชิมนักกิน ชนิดที่เอาอะไรมาแลก ก็ไม่ยอม และ หากใครอยากได้ รสชาติปลาแม่ลาที่แท้  จริงแล้วก็ต้องบอกว่าให้มาทานที่นี่เท่านั้นหากทานนอกเขตพื้นที่แล้ว ก็ไม่รับประกันว่า จะได้ทาน  ปลาช่อนแม่ลาที่เป็นต้นตำรับ  ได้อาจเป็นปลาช่อน  เลี้ยงแล้วนำมาย่างแบบเดียว กับ   สูตรที่สิงห์บุรีก็เป็นไปได้ และก็เป็นแบบนั้นจริงๆด้วยปลาช่อนแม่ลาแดดเดียวเป็นอีกประเภทหนึ่งที่ขึ้นชื่อ ของจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อนำมาทอด ก็จะได้รสชาติที่อร่อย เนื้อปลากรอบไม่แข็ง  เกินไป   และมีรสดี ยิ่งได้ตัวขนาดกลาง ๆ ไม่ใหญ่นักก็จะดีมาก หากทอดใหม่ๆและทานกับ  แกงส้ม หรือพวกแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน  ก็รับรองว่าแค่นี้ก็พอเพียงแก่กระเพาะอาหารของ  ท่านแล้วครับ อาจเป็นมื้ออร่อย ที่สร้างความสุขในการรับประทานอาหารชนิดที่ต้องเก็บความอร่อยไว้เป็นการบ้านเพื่อจะได้หาทานกันอีกในครั้งต่อไปที่มีโอกาส  ปลาช่อนแดดเดียวมีอีก  สูตรหนึ่ง อาจเป็นกรรมวิธีที่ คนสมัยก่อน ๆ  มาเป็นอาหาร  สูตรที่ว่านี้ก็  คือนำปลาช่อนแดด  เดียวมาย่าง ไฟอ่อน ๆ กับ เตาถ่านถ่าน ลักษณะเดียวกับย่างกุนเชียงนั้นแหละครับ หากปลา     มีมันมาก ถ่านที่อยู่ข้างใต้ ก็อาจลุกพรึบพลับมาก็ได้ ทั้งย่างทั้งรมควันไปในตัว   ปัจจุบันอาจ   หาเตาถ่านค่อนข้างยาก แต่ถ้าหากบ้านไหนยังพอมี และยังหาซื้อปลาช่อนแดดเดียวคุณภาพ   ดี ๆได้ก็แนะนำให้ลองมาทำด้วยวิธีนี้บ้างเมื่อย่างสุกแล้ว ก็จะมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน จาก   นั้นก็นำมาวางบนเขียง แล้วใช้สากครกทุบเบา ๆ ให้เนื้อหรือพวกครีบที่ให้เกรียมดำหลุดออก   ไป ก็จะได้ปลาเนื้อนุ่มเป็นอาหารอร่อยของของมื้อนั้นได้สูตรนี้เหมาะสำหรับ ผู้ที่ ไม่ชอบการ ทอด ด้วยน้ำมันเป็นอาหารไทย สูตรดั่งเดิม  ที่สามารถทำได้ ไม่ยาก ปลาแม่ลา  มีถิ่นกำเนิด    ที่  ต.แม่ลา อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ในตำบลเล็กๆที่มีลำน้ำแม่ลาไหลผ่านเป็นแม่น้ำสายเล็ก     ที่แยกมาจากสายใหญ่ที่มีชื่อว่า แม่น้ำน้อย ซึ่งไหลแยกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาอีกที

   อาจมีคำถามว่า ทำไม ปลาแม่ลา  รสอร่อยกว่าที่อื่นก็ต้องบอกว่าน่าจะเป็นคุณภาพของดิน   ในแถบนั้นมากกว่า ที่มีลักษณะ พิเศษ....เฉพาะโดยชั้นดินสีแดงที่ลึกลงไป  เช่นเดียวกับปลาสลิดบางบ่อที่ขึ้นชื่อ  ซึ่งอาจมีแร่ธาตุบางอย่าง ที่ทำให้เกิดรสชาติอร่อยขึ้นมาได้ .. "ปัจจุบัน  ยังหาทานปลาช่อนแม่ลาขนานแท้ได้หรือไม่"ก็ยังหาทานได้ครับ แต่จะให้ได้คุณภาพแน่นอน ว่าเป็นปลาแม่ลาแท้ต้องเดินทางไปที่บ้านแม่ลาถึงถิ่นกันเลยทีเดียว... จากตัวเมืองสิงห์บุรีมุ่งหน้าไปทาง จ. ชัยนาทสายเก่า ตลอดทางขับเลียบคลองส่งน้ำไปประมาณเกือบ สิบกิโลเมตร   จึงเห็นป้ายของ  บ้านแม่ลา หรือ วัดแหลมคาง  เลี้ยวซ้ายขับรถมาอีกสองสามกิโลเมตร จะมีร้านอาหารร้านใหญ่ และ แปลกใจทีขับรถมาลึกมากขนาดนี้ และรอบด้านก็เป็นชนบท.... เห็นท้องทุ่งอยู่ไม่ไกลนัก แต่กลับมีนักกินจากหลายจังหวัด ขับรถมาจอดเต็มลานจอดจนแทบหา    ที่จอดรถไม่ได้   มองไปในร้าน  โอ้..โห.โต๊ะไม่มีว่างนะครับ ต้องยืนคอยสักพัก โอ๊ย ตาย....อะไรกันจะปานนั้น เหมือนร้านสุกี้ของเอ็มเคไม่มีผิด  ขอแนะนำร้านชื่อ บ้านสวนแม่ลาการ้อง และร้าน ริมแม่ลา เป็นอย่างนักจะติดอกติดใจกันเป็นแถวๆและไม่เสียเวลาเปล่า.....ที่อุตส่าห์ดั้นด้นมา......  Back to Top

 

ติดต่อผู้จำหน่าย คุณแก้ว โทร 0924394429 ติดต่อหมอสิงห์ โทร 0848743056

 

 

 

 

 


                                                    

                                               

                      
                                                                            
 
 
 
 

คลิ๊กนี้มีความหมาย
 

 

 

 
 
 

 

Copyright (c) 2006 by Rujipass